ICSI คืออะไร เจาะลึกอิ๊กซี่ เทคโนโลยีช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์

ICSI คืออะไร? เจาะลึกการทำอิ๊กซี่ เทคโนโลยีช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำหรับคู่ที่มีบุตรยาก

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า "อิ๊กซี่" หรือ "เด็กหลอดแก้ว" แต่ยังสงสัยว่า ICSI คืออะไร แตกต่างจากการทำ IVF อย่างไร เหมาะกับใครบ้าง และมีขั้นตอนอย่างไร บทความนี้จะอธิบายข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ ICSI ตามหลักการแพทย์ เพื่อช่วยให้ผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตรสามารถทำความเข้าใจและเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม

manitax tang
manitax tang
20 min read

ICSI คืออะไร? เจาะลึกการทำอิ๊กซี่ เทคโนโลยีช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำหรับคู่ที่มีบุตรยาก

 

ภาวะมีบุตรยากเป็นปัญหาที่พบได้ในคู่สมรสจำนวนไม่น้อย โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ความหมายของภาวะมีบุตรยากว่าเป็นภาวะที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้หลังมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอโดยไม่คุมกำเนิดเป็นเวลา 12 เดือน หรือ 6 เดือนในกรณีที่ฝ่ายหญิงมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ปัจจุบันเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ หนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายคือ ICSI ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิในกรณีที่การตั้งครรภ์ตามธรรมชาติหรือการรักษาวิธีอื่นไม่ประสบความสำเร็จ

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า "อิ๊กซี่" หรือ "เด็กหลอดแก้ว" แต่ยังสงสัยว่า ICSI คืออะไร แตกต่างจากการทำ IVF อย่างไร เหมาะกับใครบ้าง และมีขั้นตอนอย่างไร บทความนี้จะอธิบายข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ ICSI ตามหลักการแพทย์ เพื่อช่วยให้ผู้ที่กำลังวางแผนมีบุตรสามารถทำความเข้าใจและเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม

 

ICSI คืออะไร? เจาะลึกการทำอิ๊กซี่ เทคโนโลยีช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำหรับคู่ที่มีบุตรยาก

 

 

ICSI คืออะไร

ICSI ย่อมาจาก Intracytoplasmic Sperm Injection เป็นเทคนิคการปฏิสนธินอกร่างกาย (Assisted Reproductive Technology: ART) ที่แพทย์และนักวิทยาศาสตร์จะคัดเลือกอสุจิที่มีคุณภาพดีที่สุดเพียง 1 ตัว แล้วใช้เครื่องมือเฉพาะฉีดเข้าไปภายในเซลล์ไข่โดยตรง เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิ

แตกต่างจากการทำ IVF แบบดั้งเดิม ซึ่งปล่อยให้อสุจิจำนวนมากแข่งขันกันเจาะเข้าไปในไข่เอง การทำ ICSI ช่วยลดข้อจำกัดของอสุจิที่มีจำนวนน้อย เคลื่อนไหวผิดปกติ หรือไม่สามารถเจาะเปลือกไข่ได้

ปัจจุบัน ICSI เป็นหนึ่งในวิธีรักษาภาวะมีบุตรยากที่ได้รับความนิยมทั่วโลก เนื่องจากมีอัตราการปฏิสนธิสูง และเหมาะกับผู้ป่วยหลายกลุ่มที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

 

 

ICSI ย่อมาจากอะไร

คำว่า ICSI มาจากคำภาษาอังกฤษ

  • Intra หมายถึง ภายใน
  • Cytoplasmic หมายถึง ไซโทพลาสซึมของเซลล์ไข่
  • Sperm หมายถึง อสุจิ
  • Injection หมายถึง การฉีด

เมื่อนำมารวมกัน จึงหมายถึง การฉีดอสุจิเข้าไปภายในเซลล์ไข่โดยตรง เพื่อช่วยให้เกิดการปฏิสนธิ

หลายคนเรียกวิธีนี้ว่า "การทำอิ๊กซี่" ซึ่งเป็นการออกเสียงตามภาษาอังกฤษ และเป็นคำที่ใช้กันทั่วไปในประเทศไทย

 

 

หลักการทำงานของ ICSI

โดยธรรมชาติ อสุจิต้องว่ายผ่านมดลูกและท่อนำไข่ ก่อนจะเจาะผ่านเยื่อหุ้มไข่เพื่อเกิดการปฏิสนธิ อย่างไรก็ตาม หากอสุจิมีจำนวนไม่เพียงพอ เคลื่อนไหวได้ไม่ดี หรือมีรูปร่างผิดปกติ โอกาสที่อสุจิจะเจาะเข้าไปในไข่จะลดลงอย่างมาก

การทำ ICSI จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้ โดยใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูงและเครื่องมือขนาดเล็กในการเลือกอสุจิเพียง 1 ตัวที่มีคุณภาพดี แล้วฉีดเข้าสู่ไข่โดยตรง ทำให้ไม่ต้องอาศัยความสามารถในการว่ายน้ำหรือการเจาะเปลือกไข่ของอสุจิ

หลังจากเกิดการปฏิสนธิ ตัวอ่อนจะถูกเลี้ยงในห้องปฏิบัติการภายใต้สภาวะที่ควบคุมอย่างเหมาะสม ก่อนพิจารณาย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกในเวลาที่เหมาะสม

 

 

ICSI เหมาะกับใครบ้าง

แม้ ICSI จะเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องใช้วิธีนี้ แพทย์จะพิจารณาจากสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก ผลการตรวจร่างกาย และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย

โดยทั่วไป ICSI มักเหมาะกับผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้

⚫ภาวะอสุจิมีจำนวนน้อย

เมื่อจำนวนอสุจิต่ำกว่าค่ามาตรฐาน โอกาสที่อสุจิจะสามารถเดินทางไปปฏิสนธิกับไข่ได้เองจะลดลง การใช้ ICSI สามารถช่วยเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิได้

⚫อสุจิเคลื่อนไหวผิดปกติ

อสุจิที่เคลื่อนไหวช้าหรือไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ตามปกติ อาจไม่สามารถเดินทางไปถึงไข่ได้ การฉีดอสุจิเข้าไข่โดยตรงช่วยลดข้อจำกัดในกรณีนี้

⚫อสุจิมีรูปร่างผิดปกติ

แม้อสุจิจะมีจำนวนเพียงพอ แต่หากรูปร่างผิดปกติจำนวนมาก อาจส่งผลต่อความสามารถในการปฏิสนธิ

⚫เคยทำ IVF แล้วไม่เกิดการปฏิสนธิ

ในบางกรณี แม้จะทำ IVF แล้ว แต่ไข่ไม่เกิดการปฏิสนธิเลย แพทย์อาจแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ ICSI ในรอบการรักษาถัดไป

⚫ใช้อสุจิที่เก็บจากอัณฑะ

ผู้ชายบางรายไม่มีอสุจิในน้ำอสุจิ แต่สามารถเก็บอสุจิจากอัณฑะด้วยการผ่าตัด ซึ่งอสุจิมักมีจำนวนจำกัด การทำ ICSI จึงเป็นวิธีที่เหมาะสม

 

 

ข้อดีของการทำ ICSI

ICSI ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะมีข้อดีหลายประการเมื่อใช้กับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม

  • เพิ่มโอกาสการปฏิสนธิในกรณีที่อสุจิมีคุณภาพต่ำ
  • ใช้อสุจิเพียง 1 ตัวต่อไข่ 1 ใบ
  • ลดโอกาสที่ไข่จะไม่เกิดการปฏิสนธิ
  • สามารถใช้ร่วมกับการแช่แข็งไข่และตัวอ่อนได้
  • สามารถใช้ร่วมกับการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน (PGT) ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  • เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะตั้งครรภ์ได้ทุกครั้ง เพราะยังมีปัจจัยอื่น เช่น อายุ คุณภาพของไข่ คุณภาพของตัวอ่อน และความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก

 

 

ICSI แตกต่างจาก IVF อย่างไร

หลายคนเข้าใจว่า ICSI และ IVF เป็นการรักษาคนละประเภท แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองวิธีอยู่ในกลุ่มการปฏิสนธินอกร่างกายเหมือนกัน แตกต่างกันในขั้นตอนการทำให้เกิดการปฏิสนธิ

หัวข้อIVFICSI
วิธีปฏิสนธิปล่อยให้อสุจิผสมกับไข่เองฉีดอสุจิเข้าไข่โดยตรง
จำนวนอสุจิที่ใช้หลายหมื่นตัว1 ตัวต่อไข่ 1 ใบ
เหมาะกับคุณภาพอสุจิปกติมีปัญหาเกี่ยวกับอสุจิหรือมีข้อบ่งชี้เฉพาะ
โอกาสปฏิสนธิขึ้นกับคุณภาพอสุจิมักสูงกว่าในผู้ป่วยที่เหมาะสม

การเลือกว่าจะใช้ IVF หรือ ICSI ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่วิธีใดวิธีหนึ่งดีกว่าเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับสาเหตุของภาวะมีบุตรยากของแต่ละคู่สมรส

 

 

เด็กที่เกิดจาก ICSI แข็งแรงหรือไม่

เป็นคำถามที่พบได้บ่อยจากผู้ที่กำลังวางแผนรักษา

จากข้อมูลการศึกษาระยะยาว เด็กที่เกิดจาก ICSI ส่วนใหญ่มีการเจริญเติบโต พัฒนาการ และสุขภาพโดยรวมไม่แตกต่างจากเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้านสุขภาพของทารกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของบิดามารดา โรคประจำตัว และความผิดปกติทางพันธุกรรม มากกว่าการใช้เทคนิค ICSI เพียงอย่างเดียว

ในกรณีที่คู่สมรสมีประวัติความผิดปกติทางพันธุกรรม แพทย์อาจพิจารณาตรวจพันธุกรรมตัวอ่อนก่อนย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูกตามข้อบ่งชี้ที่เหมาะสม

 

 

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ICSI

แม้ ICSI จะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้มานาน แต่ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอยู่หลายประการ

⚫ICSI ไม่ใช่การดัดแปลงพันธุกรรม

เทคนิคนี้เป็นเพียงการช่วยให้อสุจิเข้าไปปฏิสนธิกับไข่ ไม่ได้แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมของตัวอ่อน

⚫ICSI ไม่ได้รับประกันว่าจะตั้งครรภ์ 100%

แม้จะเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิ แต่ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพไข่ คุณภาพตัวอ่อน อายุของฝ่ายหญิง และปัจจัยทางสุขภาพอื่นๆ

⚫ไม่ใช่ทุกคนต้องทำ ICSI

หากฝ่ายชายมีคุณภาพอสุจิปกติและไม่มีข้อบ่งชี้อื่น การทำ IVF อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า ดังนั้นการเลือกวิธีรักษาควรอาศัยการประเมินจากแพทย์

 

 

สรุป

ICSI หรือ Intracytoplasmic Sperm Injection เป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ใช้การฉีดอสุจิเพียง 1 ตัวเข้าสู่เซลล์ไข่โดยตรง เพื่อเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะมีบุตรยากจากปัจจัยของฝ่ายชาย หรือผู้ที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อื่นๆ

แม้ ICSI จะช่วยเพิ่มอัตราการปฏิสนธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ความสำเร็จของการรักษายังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของฝ่ายหญิง คุณภาพของไข่ คุณภาพของอสุจิ การพัฒนาของตัวอ่อน และความพร้อมของร่างกายก่อนการย้ายตัวอ่อน ดังนั้น การวินิจฉัยและวางแผนการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยเลือกแนวทางที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล

 

 

แหล่งอ้างอิง

  1. World Health Organization (WHO). Infertility Fact Sheet.
  2. American Society for Reproductive Medicine (ASRM). Intracytoplasmic Sperm Injection (ICSI).
  3. European Society of Human Reproduction and Embryology (ESHRE). Good Practice Recommendations for Assisted Reproductive Technology.

 

 

Discussion (0 comments)

0 comments

No comments yet. Be the first!